
งานแต่งหนึ่งวัน สองบรรยากาศ จากพิธีไทยสู่ After Party จัดเต็ม @ Grand Richmond Hotel
รีวิวงานแต่งงาน
Wedding Date
Feb 25,2026
(Updated
Feb 25,2026)
|
การเลือกสถานที่ควรเลือกให้เหมาะกับสิ่งที่ต้องการ

แอมกับแนนวางแผนงานแต่งด้วยการ เลือกวันและหาสถานที่ก่อนเป็นอันดับแรก โดยยึดจำนวนแขกเป็นหลักว่าเดินทางสะดวกไหม และที่สำคัญมากคือ “ต้องไม่ร้อน” เพราะอยากให้แขกรู้สึกสบายที่สุด
ช่วงแรกเราดูข้อมูลหลายๆ Venue อยู่เหมือนกัน จนมาเจอเพจ Wedding at Richmond และเห็นว่าโรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ (Grand Richmond Hotel) อยู่ใกล้บ้าน จึงตัดสินใจแวะเข้ามาดูสถานที่จริงเลย
พี่ทีม เซลล์ที่ดูแลพาเราเดินชมทุกห้องอย่างละเอียด น่ารักมากและคอยให้ข้อมูลครบถ้วน โดยในการพิจารณาเราโฟกัสที่บรรยากาศเป็นหลัก อยากได้ห้องที่ดูดี มีความหรูในระดับหนึ่ง และที่นี่ตอบโจทย์ทุกอย่าง ทั้งดีไซน์ห้อง อาหารที่ดูน่าอร่อย และแพ็กเกจที่ครบจบในที่เดียว บวกกับทำเลใกล้บ้าน ยิ่งทำให้รู้สึกว่าใช่ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาดู
สุดท้ายเราเลยตัดสินใจจองทันที ไม่ไปดูที่อื่นต่อแล้ว ทำให้มีเวลามากขึ้นในการไปเตรียมรายละเอียดอื่น ๆ จนเมื่อรวมเวลาที่เราใช้เตรียมงานทั้งหมดแล้วเราเตรียมทุกอย่างเพียงประมาณ 4–5 เดือนเท่านั้นเอง เพราะเลือกสถานที่ได้เร็ว เลยทำให้ทุกอย่างเดินหน้าได้อย่างราบรื่น






เลือกทีมพาร์ทเนอร์ของสถานที่ งานราบรื่น งานไร้กังวล
ในส่วนของทีมงานและร้านค้าอื่นๆ เราสอบถามพี่ทีมว่ามีพาร์ทเนอร์เจ้าไหนที่โรงแรมแนะนำบ้าง เพราะไม่อยากเสี่ยงเลือกทีมจากข้างนอกแล้วต้องเจอปัญหาเรื่องการเข้าใช้พื้นที่ จึงเลือกใช้ทีมที่โรงแรมแนะนำเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นที่สุดค่ะ อย่างทีมตกแต่ง เราตัดสินใจเลือกใช้ทีม Homwham Creation ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของโรงแรมอยู่แล้ว ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ทั้งเรื่องการสื่อสาร เงื่อนไขเวลา และขั้นตอนการทำงาน พอเป็นทีมที่ทำงานร่วมกันอยู่ประจำ ทุกอย่างก็ราบรื่นและไม่ต้องกังวลเลย




สถานที่จัดงานแต่งสองบรรยากาศในสถานที่เดียว
ด้วยความที่เรารู้สึกผูกพันกับความอบอุ่นของครอบครัวและเสน่ห์ความเป็นไทย จึงตั้งใจเลือกสถานที่จัดพิธีหมั้นที่มีบรรยากาศแบบไทย ๆ แม้ว่าเราจะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ก็ยังอยากเก็บรักษาเอกลักษณ์และความงดงามของวัฒนธรรมไทยเอาไว้ในวันสำคัญของชีวิต
อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือ เราอยากให้ภาพถ่ายในช่วงพิธีหมั้นมีอารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างจากงานเลี้ยงฉลอง เหมือนได้จัดงานอยู่คนละสถานที่ ทั้งที่จริงแล้วอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มมิติและความหลากหลายให้กับวันงาน
จากเหตุผลทั้งหมดนี้ เราจึงเลือก เรือนทิพวรรณ ซึ่งมีโซน Outdoor ที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์ทั้งบรรยากาศและความรู้สึกที่เราต้องการ และเมื่อได้พาคุณแม่มาชมสถานที่ ท่านก็ประทับใจห้องนี้เช่นกัน จึงทำให้เราตัดสินใจเลือกเรือนทิพวรรณเป็นสถานที่สำหรับพิธีหมั้นอย่างไม่ลังเลเลยค่ะ





การเลือกห้องเลี้ยงฉลองที่ตอบโจทย์แขกทุกกลุ่ม
สำหรับห้องจัดงานเลี้ยงฉลองตอนแรกเรามองห้องชั้น 6 ไว้ แต่พอพิจารณาจำนวนแขกที่มีทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และเพื่อนหลายช่วงวัย ก็เริ่มกังวลว่าหากมีอีกงานจัดในห้องใกล้กันอาจเกิดความไม่สะดวกหรือเสียงรบกวนได้
สุดท้ายจึงเลือก ชั้น 4 ห้อง Diamond Ballroom ที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า ห้องนี้มีการแบ่งโซนห้องและไลน์อาหารได้ดี ตอบโจทย์แขกทุกกลุ่ม รวมถึงรองรับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ครบ โดยเฉพาะ จอ LED ขนาดพิเศษ ของที่นี่ที่มีความใหญ่อลังการ แต่การทำโมชั่นหรือเลือกรูปใครที่อยากจัดห้องนี้เราแนะนำให้จ้างสายกราฟฟิกทำโดยเฉพาะดีกว่าเพื่อป้องกันความผิดพลาดของการกะขนาด ซึ่งพอจ้างเขาทำแล้วที่เหลือเราก็แค่เลือก Motion แต่ละซีนที่เราชอบ ดีไซน์บรรยากาศให้ออกมาเป็นอย่างที่ต้องการ





งานของเรา…ไม่จำเป็นต้องแปลกใหม่ที่สุด แค่ต้อง “ใช่” ที่สุดก็พอ
ก่อนเริ่มจัดงาน เราศึกษางานแต่งของหลาย ๆ คู่ไว้เป็นแนวทางเหมือนกัน โดยเฉพาะงานที่จัดที่ Grand Richmond Hotel ซึ่งได้เห็นผ่าน TikTok จากงานของพี่ชัช Bodyslam แล้วรู้สึกประทับใจมาก แต่สุดท้ายเราก็กลับมาคิดว่า สิ่งสำคัญที่สุดของงานแต่งไม่ใช่ความแปลกใหม่หรือความอลังการที่สุด หากแต่คือการได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง
เราจึงเลือกหยิบไอเดียที่ชอบจากหลาย ๆ ที่ มาปรับและออกแบบใหม่ให้เข้ากับสไตล์ของเราเองทั้งหมด หากถามว่างานของเราแตกต่างจากงานอื่นไหม ในแง่ของขั้นตอนอาจไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้งานนี้เป็น “งานของเรา” คือการเลือกทุกองค์ประกอบจากความชอบ ความรู้สึกดี และสิ่งที่มีความหมายกับเรา แล้วนำมาร้อยเรียงรวมกันเป็นงานในแบบที่เป็นเรามากที่สุด
งานนี้เราตั้งใจให้ทุกอย่างผ่านสายตาและการตัดสินใจของเราเอง แม้จะมีแพลนเนอร์คอยช่วยดูแลและประสานงาน แต่รายละเอียดทั้งหมดเรายังคงเป็นคนเลือกด้วยตัวเอง แพลนเนอร์จึงเปรียบเสมือนผู้ช่วยที่ช่วยให้หน้างานดำเนินไปอย่างราบรื่น ลดภาระของเพื่อน ๆ ที่มาช่วยงาน และทำให้ทุกคนมีเวลาเก็บภาพและความทรงจำดี ๆ ร่วมกับเราได้อย่างเต็มที่





White & Green Elegance ที่ไม่มินิมอลจนเกินไป
ในส่วนของธีมงาน เราเลือกความหรูหราแบบเรียบง่าย ด้วยโทนสีขาว–เขียว ที่ให้ความรู้สึกโปร่ง สบายตา และสดชื่น ไม่มินิมอลจนเกินไป แม้จะมีคนแนะนำโทนน้ำตาลเข้ามา แต่เรารู้สึกว่ายังดูเป็นผู้ใหญ่ไปเล็กน้อย จึงตัดสินใจตัดออก และใช้เพียงสองสีนี้ทั้งในงานเช้าและงานเย็น เมื่อจัดรวมกับพื้นที่ของโรงแรมที่มีโทนเบจและทอง ก็ยิ่งช่วยให้ภาพรวมของงานดูละมุนและลงตัวมากขึ้น








ดนตรีต้องใช่ ถึงจะสนุกได้จริง
เรื่องดนตรีถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก เราบอกไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าต้องเป็น Trio Band เท่านั้น ส่วนวงที่สองก็เลือกเป็นสไตล์ร้านเหล้า ไม่ใช่วงงานแต่งแบบทั่วไป เหตุผลง่ายมากคือ “มันใช่สำหรับเรา” เราฟังแล้วชอบ และที่สำคัญคือสามารถพูดคุย ควบคุมบรรยากาศ และสั่งจังหวะที่ต้องการได้อย่างตรงใจ
เมนูอาหารที่อร่อยตั้งแต่เห็นชื่อ
การลือกเมนูอาหารเราเลือกแบบไม่คิดเยอะ เห็นแล้วรู้สึกว่าน่าจะอร่อยก็เลือกเลย คิดว่าอาหารโรงแรมยังไงก็ไม่แย่อยู่แล้ว ผลคือแขกชมกันเยอะมากว่าอร่อยจริง ๆ เสียดายอย่างเดียวคือเราแทบไม่มีเวลาได้กินเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคู่ก็น่าจะเป็นเหมือนกัน



ของชำร่วยถูกใจสายคอแห้ง
ของชำร่วยของเราออกแบบให้เข้ากับธีมงานที่หรูหรา แต่ยังสะท้อนความเป็นตัวเรา เลยเลือกเป็น ที่เปิดขวดรูปกุญแจ ทั้งสวย ใช้งานได้จริง และเหมาะกับบุคลิกเราสุด ๆ
ถามว่าเป็นตัวเรายังไง? ก็ขนาดว่าเหยียบมาถึงหน้า Backdrop ปุ๊บ เราขอแก้วแรกทันทีเลยค่ะ เปิดบรรยากาศให้ตัวเองก่อนเพื่อนด้วยซ้ำ แล้วเรายังรีเควสต์ให้เสิร์ฟเครื่องดื่มทุก 5 นาที ให้เราเอนจอยกันตั้งแต่ยังไม่เริ่ม After Party




อยากให้แขกโฟกัสตั้งแต่ต้น ลองเพิ่มลูกเล่นเล็ก ๆ
สำหรับซีนเปิดตัว เราเพิ่มลูกเล่นเล็ก ๆ ด้วยการให้แนนร้องเพลงเปิดตัวเข้ามาเอง เพื่อเพิ่มความสนุกและเรียกความสนใจจากแขก
(คุณแนนแอบกระซิบว่า “เดินก็ว่ายากแล้ว ยังต้องจำเนื้อเพลงอีก” (หัวเราะ)
แน่นอนว่าออปชันเสริมเองก็จัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ทั้งบับเบิ้ล ไดร์ไอซ์ ปืนยิงแบงค์ และของตกแต่งอย่างผีเสื้อที่ขยับปีกได้ ซึ่งสั่งมาเพื่อวันนี้โดยเฉพาะ ซีนไหนเป็นซีนที่เรียกความสนใจคนได้เราก็จัดเต็มค่ะ เพราะส่วนมากซีนพวกนี้เป็นซีนเก็บภาพความทรงจำอยู่แล้ว นอกจากเราจะได้เก็บรูปแล้วยังสามารถดึงโฟกัสแขกได้ด้วย






การ์ดเชิญงานแต่งที่สะท้อนภาพของสิ่งสำคัญ
สำหรับการ์ดเชิญงานแต่ง เราเลือกใช้ภาพถ่ายของพวกเราที่มีอยู่แล้ว และตั้งใจให้ลูกชายเป็นคนคัดเลือกทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งบางภาพเขาก็เป็นคนถ่ายด้วย เพราะอยากให้งานนี้ไม่ใช่แค่งานของเรา แต่อยากให้น้องได้มีส่วนร่วมด้วย พอได้เลือกภาพ น้องก็ดีใจมาก รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมงานแต่งของเรา ซึ่งสำหรับเราแล้ว ความหมายของการ์ดจึงไม่ได้อยู่แค่ภาพที่เลือก แต่คือความทรงจำและความผูกพันของครอบครัวที่ถูกร้อยรวมไว้ในวันสำคัญค่ะ







เลือกฤกษ์แบบมีเรื่องราว ทำให้วันนั้นพิเศษขึ้นอีกขั้น
วันแต่งงาน เราตั้งใจเลือกให้ตรงกับคืนก่อนวันเกิดของแนนพอดี เพราะพอถึงเที่ยงคืนปุ๊บ เปลี่ยนเป็นวันเกิดเขาทันที เหมือนได้ฉลองสองโอกาสในคืนเดียวกัน เพื่อนยังแซวว่า “ทำไมไม่จัดวันเกิดไปเลยล่ะ?”
แนนเขาเลยถามแซวกลับไปว่า “วันเกิดมันวันอาทิตย์ วันจันทร์ตื่นเช้าทำงานจะไหวกันเหรอ?” เพราะเอาจริง ๆ กว่าจบงานก็ ตีสอง ค่ะ (หัวเราะ)





ความประทับใจที่เกิดจากการดูแลอย่างมืออาชีพ
ตลอดทั้งงาน ทีมงานดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ทำให้ความกังวลหลายอย่างคลี่คลายลงไปเยอะ อย่างเรื่องโมชั่นที่เตรียมมา เราเองก็แอบกังวลว่าจะมีปัญหาไหม แต่ทีมงานคอยช่วยตรวจสอบและประสานงานกันตลอด จึงทำให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุดเลย
โดยเฉพาะน้อง ๆ พนักงานเสิร์ฟ ต้องขอชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะดูแลใส่ใจมาก ไม่ใช่แค่ยืนประจำจุด แต่คอยเดินเสิร์ฟ เดินดูแลแขกและพวกเราตั้งแต่ต้นจนจบงาน ด้วยความตั้งใจและเต็มที่จนเราประทับใจมาก ๆ ถึงขั้นต้องมอบทิปให้น้อง ๆ คนละ 500 บาท เพื่อเป็นกำลังใจและคำขอบคุณจากใจจริงค่ะ
และอีกคนที่ลืมไม่ได้เลยคือพี่ทีมที่อยู่ดูแลคู่เราจนถึงตีสอง คอยบอกเสมอว่าหากต้องการอะไรให้แจ้งได้ทันที แถมตอบข้อความไวมาก ทำให้เรารู้สึกว่าเขาพร้อมที่จะดูแล เอาจริงๆ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจบงานดึกขนาดนี้แล้วยังเจอพี่ทีมอยู่ ยอมใจเขาเลย




คำแนะนำบ่าวสาว
เปิดใจและพร้อมให้มากที่สุด คือจุดเริ่มต้นของงานแต่งที่ดี
สำหรับเรา การจัดงานแต่งไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ต้อง “พร้อม” และ “เปิดใจ” ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ เราไม่ได้ตั้งกรอบตายตัวว่าแต่ละอย่างต้องอยู่ในงบเท่าไหร่ แค่รู้ขอบเขตคร่าว ๆ ว่าราคาของสิ่งที่เราเลือกมันอยู่ประมาณไหน แล้วเลือกทุกอย่างให้พอดี ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป เพราะหากกำหนดกรอบแน่นเกิน งานที่ได้อาจไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจริง ๆ

ความรักไม่มีกรอบ แค่เป็นเราในแบบที่ใช่
การจัดงานแต่งเรามองว่าสามารถดูงานของคนอื่นเป็นแนวทางได้ แต่ไม่จำเป็นต้องตามทั้งหมด เพราะงานแต่งที่ดีที่สุดคืองานที่สะท้อนตัวตนของทั้งคู่จริง ๆ เลือกเฉพาะสิ่งที่เราชอบและใช่ แล้วนำมาปรับให้เป็นแบบของเรา
อย่างคู่ของเราเองด้วยความที่เราเป็นคู่ LGBT ในงานเราอยากให้ทุกคนเรียกพวกเราด้วยชื่อ “แอมและแนน” มากกว่าการมากำหนดว่าใครต้องเป็นเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว อยากให้โฟกัสว่านี่คือตัวตนของพวกเรา เหมือนอย่างในอดีตที่เราเองก็เคยเจออุปสรรคทั้งเรื่องความมั่นคงและสายตาของผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำให้เราผ่านมาได้คือการที่ครอบครัวเห็นว่าแม้เราจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แต่เราก็ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในแบบของเรา เราไม่ได้แตกต่างจากความรักในรูปแบบอื่นๆ แล้วความเข้าใจก็ค่อย ๆ เกิดขึ้นเองจนได้มีวันนี้
ในวันงาน มีแขกบางท่านที่เติบโตมากับค่านิยมที่ยังไม่คุ้นชินกับความรักของ LGBT แต่สุดท้ายเขาก็เลือกมาร่วมงาน และกลายเป็นหนึ่งในคนที่ชมงานเรามากที่สุดด้วยซ้ำ บอกว่างานออกมาดี อลังการ จนหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมฐานะ” ซึ่งเป็นคำที่เราได้ยินมากที่สุดในวันนั้นเลย


ซีเคว้นที่ดี + พิธีกรที่ใช่ คือกุญแจดึงโฟกัสแขกในงาน
หัวใจสำคัญของงานไม่ได้มีแค่ความสวยงาม แต่คือการเรียงลำดับซีเคว้นของงานให้ไหลลื่น ซึ่งตรงนี้ “ทีมรันคิว” มีบทบาทอย่างมากในการวางจังหวะและควบคุมลำดับพิธี กิจกรรม และช่วงเวลาต่าง ๆ ให้ต่อเนื่อง ไม่ให้สะดุด ไม่ปล่อยให้มีช่วงว่างนานเกินไป เพราะเพียงไม่กี่นาที อารมณ์ของแขกก็อาจหลุดจากงานได้ การเว้นช่วงกิจกรรมต่างๆ จึงไม่ควรเกิน 15 นาที
เมื่อซีเคว้นถูกวางมาอย่างดีแล้ว อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญก็คือ “พิธีกร” ที่จะช่วยถ่ายทอดและเชื่อมแต่ละช่วงของงานเข้าด้วยกัน พิธีกรคือคนที่อยู่กับแขกตลอดทั้งคืน คอยดึงความสนใจ พาอารมณ์ และทำให้แขกรู้สึกอยากติดตามว่าโมเมนต์ถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น
สำหรับเรา การทำงานร่วมกันระหว่างทีมรันคิวที่จัดการซีเคว้นอย่างเป็นระบบ และพิธีกรที่เข้าใจจังหวะของงาน คือสิ่งที่ช่วยให้แขกสามารถจดจ่ออยู่กับพิธีการ กิจกรรม และบรรยากาศของงานได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้งานทั้งสนุก ไหลลื่น ไม่หลุดโฟกัส หรือรู้สึกอ่อมไปก่อนค่ะ
อย่างงานของเรานั้นไม่ได้ใส่เกมเยอะ โดยเฉพาะเกมตอบคำถามที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เราอยากให้งานออกมาเป็นธรรมชาติ ให้แขกได้เอนจอยกับบรรยากาศจริง ๆ ทั้งการกิน ดื่ม พูดคุย และสนุกไปกับช่วงเวลาตรงหน้า มากกว่าการต้องลุกขึ้นมาเล่นเกมตลอดเวลา สรุปคือ…เน้นเมา ไม่เน้นเกม (หัวเราะ) ก็ได้การวางลำดับซีเคว้นและทีมงานนี่แหละที่ช่วยดูแล ผลลัพธ์คือแขกอยู่กับงานจนจบ สนุกกันเต็มที่ ส่วนเช้าวันถัดมา แนนตื่นไปกินข้าว ขณะที่เรานอนแฮ้งค์เงียบๆ (ฮา)

งานแต่งอาจคล้ายกัน แต่ตัวตนทำให้งานไม่เหมือนใคร
สุดท้ายแล้ว งานแต่งอาจมีขั้นตอนคล้ายกัน แต่สิ่งที่ทำให้งานแตกต่างคือ “ตัวตนของพวกเรา” หากวันนั้นเราได้เป็นตัวเอง แขกสนุก ยิ้ม และอยู่กับงานจนจบ นั่นคือความสำเร็จที่ดีที่สุดของงานแต่งงานแล้วค่ะ

WEDDINGPACKAGE
Are you interested? Please book a package.
We're happy to help!

WEDDINGPACKAGE
Are you interested? Please book a package. We're happy to help!
Related Stories





